คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 1458-1459/2554
ประกาศเมื่อ 03 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2568
***ข้าราชการทุกสังกัด ควรรู้ไว้นะครับ และที่สำคัญ ผู้มีอำนาจลงโทษ ควรอ่านอย่างยิ่ง ***
ข้าราชการที่ถูก ปปช ชี้มูลว่าทุจริต จะต้องถูกลงโทษวินัยอย่างร้ายแรง (ปลดออก หรือ ไล่ออก) ซึ่งผู้มีอำนาจอาจลงโทษไล่ออกหรือปลดออกก็ได้ โดยถ้าเห็นว่ามีเหตุอันควรลดโทษเป็นปลดออกก็ย่อมทำได้ หรือหากไม่มั่นใจว่า ปปช วินิจฉัยถูกต้องหรือไม่ ผู้มีอำนาจจะให้โอกาสผู้ถูกลงโทษได้มีโอกาสรับบำนาญ เกิดสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาล และไปสู้ต่อในศาลปกครอง ก็ควรลงโทษ ปลดออก
แต่ มีมติ ครม ออกมาขวางลำคือ มีมติว่า ผู้ใดถูกชี้มูลว่าทุจริต ให้ลงโทษไล่ออกสถานเดียว ส่งผลให้ทุกหน่วยงานจะลงโทษ ในสถาน ไล่ออก ข้าราชการที่ถูก ปปช ชี้มูลว่าทุจริต ทำให้ข้าราชการรายนั้น ไม่ได้รับบำเหน็จบำนาญ ไม่เหลือเงินจ่ายหนี้สหกรณ์ ฯลฯ เบิกค่ารักษาพยาบาลก็ไม่ได้ และมีหลายคดีที่ ปปช วินิจฉัยผิดพลาด เมื่อเรื่องถึงศาลปรากฏว่าศาลพิพากษา ว่าไม่ผิด มีคำถามว่า แล้วใครจะรับผิดชอบความเสียหายที่ข้าราชการรายนั้นได้รับไป
ต่อมา ศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำพิพากษาว่า มติ ครม ดังกล่าว ไม่มีผลบังคับใช้ ผู้มีอำนาจ ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามมติ ครม นี้ การที่ผู้มีอำนาจ ได้พิจารณาโทษให้ไล่ออกสถานเดียวโดยไม่มีร่องรอยว่าได้ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาระดับโทษว่าสมควรปลดออกหรือไล่ออก จึงเป็นการใช้ดุลยพินิจ “ที่ไม่ชอบ” !
ความเห็นส่วนตัวของผม ...การพิจารณาโทษวินัยร้ายแรง ต้องไม่มีการหยิบยกเอามติ ครม มาเป็นองค์ประกอบในการพิจารณา ครับ!
ที่มา : รัชชัยย์ ศรสุวรรณ (นายกสมาคมพิทักษ์สิทธิ์ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา)
ข้าราชการที่ถูก ปปช ชี้มูลว่าทุจริต จะต้องถูกลงโทษวินัยอย่างร้ายแรง (ปลดออก หรือ ไล่ออก) ซึ่งผู้มีอำนาจอาจลงโทษไล่ออกหรือปลดออกก็ได้ โดยถ้าเห็นว่ามีเหตุอันควรลดโทษเป็นปลดออกก็ย่อมทำได้ หรือหากไม่มั่นใจว่า ปปช วินิจฉัยถูกต้องหรือไม่ ผู้มีอำนาจจะให้โอกาสผู้ถูกลงโทษได้มีโอกาสรับบำนาญ เกิดสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาล และไปสู้ต่อในศาลปกครอง ก็ควรลงโทษ ปลดออก
แต่ มีมติ ครม ออกมาขวางลำคือ มีมติว่า ผู้ใดถูกชี้มูลว่าทุจริต ให้ลงโทษไล่ออกสถานเดียว ส่งผลให้ทุกหน่วยงานจะลงโทษ ในสถาน ไล่ออก ข้าราชการที่ถูก ปปช ชี้มูลว่าทุจริต ทำให้ข้าราชการรายนั้น ไม่ได้รับบำเหน็จบำนาญ ไม่เหลือเงินจ่ายหนี้สหกรณ์ ฯลฯ เบิกค่ารักษาพยาบาลก็ไม่ได้ และมีหลายคดีที่ ปปช วินิจฉัยผิดพลาด เมื่อเรื่องถึงศาลปรากฏว่าศาลพิพากษา ว่าไม่ผิด มีคำถามว่า แล้วใครจะรับผิดชอบความเสียหายที่ข้าราชการรายนั้นได้รับไป
ต่อมา ศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำพิพากษาว่า มติ ครม ดังกล่าว ไม่มีผลบังคับใช้ ผู้มีอำนาจ ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามมติ ครม นี้ การที่ผู้มีอำนาจ ได้พิจารณาโทษให้ไล่ออกสถานเดียวโดยไม่มีร่องรอยว่าได้ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาระดับโทษว่าสมควรปลดออกหรือไล่ออก จึงเป็นการใช้ดุลยพินิจ “ที่ไม่ชอบ” !
ความเห็นส่วนตัวของผม ...การพิจารณาโทษวินัยร้ายแรง ต้องไม่มีการหยิบยกเอามติ ครม มาเป็นองค์ประกอบในการพิจารณา ครับ!
ที่มา : รัชชัยย์ ศรสุวรรณ (นายกสมาคมพิทักษ์สิทธิ์ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา)