เด็กนักเรียนหญิง ม 2
ไปเข้าค่ายวิชาการถูกไฟดูด
#สมองขาดออกซิเจน #เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
ใครต้องรับผิดชอบหรือไม่
ขณะเกิดเหตุปี 63 ผู้ฟ้องคดีเป็นนักเรียน ม 2
โรงเรียน A อยู่ในเครือข่ายเตรียมอุดมจำนวน 17 แห่ง ซึ่งได้มีการกำหนดจัดกิจกรรม เข้าค่ายวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ โดยจัดที่โรงเรียน B
ชึ่งนักเรียน ม 2 ร่วมเข้าค่ายด้วย
ครูที่ปรึกษาโครงงานได้แบ่งครูดูแลนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกนักเรียนทั่วไป
กลุ่มที่ 2 นักเรียนที่นำเสนอโครงงาน
โดยกลุ่มนักเรียนที่นำเสนอโครงงานให้เตรียมความพร้อมในสถานที่จัดบูธ
ขณะพิธีเปิดน้องนักเรียนม 2 กับเพื่อนกำลังจะลุกขึ้นออกจากที่นั่งบริเวณบูท
#ปรากฏว่ามือของนักเรียนม 2 ได้สัมผัสกับเหล็กที่ยื่นออกมาด้านหลังบูท #และถูกไฟฟ้าช็อต
เพื่อนๆใช้เท้าเขี่ยเหล็กออก จากนั้นครูได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและได้เรียกรถพยาบาล #แพทย์วินิจฉัยว่าถูกไฟฟ้าช็อตหมดสติมีอาการสมองขาดออกซิเจนเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
👉ท่านว่าใครต้องรับผิดชอบ
ก. ครูดูแลนักเรียนที่บูธ
ข.โรงเรียน A
ค. โรงเรียน B
ง. สำนักคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน
จ.ไม่มีข้อถูก
......
ศาลพิจารณาว่าจุดเกิดเหตุอยู่ในบริเวณโรงเรียน B
มีอำนาจปกครองดูแลบำรุงรักษาใช้และจัดหาประโยชน์ในทรัพย์สินของสถานศึกษา มีหน้าที่ในการปกครองดูแลบำรุงรักษาใช้กระแสไฟฟ้าซึ่งอยู่ภายในบริเวณโรงเรียน
#กระแสไฟฟ้าจึงอยู่ในความครอบครองและรับผิดชอบของโรงเรียน B
👉กระแสไฟฟ้าถือเป็นทรัพย์อันตรายโดยสภาพ
ตามมาตรา 437 วรรค 2 แห่งปพพ.โรงเรียน B
ผู้ครอบครองทรัพย์ที่เกิดอันตรายได้ จึงต้องรับผิดชดใช้ความเสียหายที่เกิดจากทรัพย์นั้น #เว้นแต่ความเสียหายเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือความผิดของผู้เสียหายเอง
👉จากข้อเท็จจริงถือไม่ได้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของผู้ฟ้องคดี ซึ่งตามวิสัยและพฤติการณ์ โรงเรียนดีจะต้องตรวจสอบสถานที่อุปกรณ์ที่ใช้ในการกิจกรรมให้มีความพร้อมและความปลอดภัย ติดตั้งระบบป้องกันกระแสไฟฟ้าลัดวงจรหรืออุปกรณ์ตัดไฟ แต่จากข้อเท็จจริงโรงเรียนB
ไม่ได้ตรวจสอบอุปกรณ์สถานที่ในการกิจกรรมให้มีความพร้อมและปลอดภัย #ซึ่งการละเลยต่อหน้าที่เป็นผลโดยตรงทำให้ผู้ฟ้องคดีถูกกระแสไฟฟ้าช็อตทำให้รับบาดเจ็บสาหัส สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในฐานะต้นสังกัดของโรงเรียน B จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดี
ตามมาตรา 420 437 ปพพ.ประกอบมาตรา 5 พรบละเมิด
👉ส่วนโรงเรียน A ได้กระทำละเมิดหรือไม่นั้น
เห็นว่า เมื่อได้วินิจฉัยแล้วว่าเหตุละเมิดที่ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับบาดเจ็บสาหัส เกิดจากกระแสไฟฟ้าซึ่งอยู่ในความครอบครองของโรงเรียน B ดังนั้นโรงเรียนAจึงไม่ได้กระทำละเมิดในกรณีดังกล่าว
👉ผู้ถูกฟ้องคดีต้องรับผิดชอบค่าสินไหมทดแทนเพียงใด สรุปดังนี้
#ค่ารักษาที่เกินสิทธิการรักษาพยาบาล
ขอไป 76,835.50 บาท ศาลกำหนดให้ 23,672 บาท
#ค่าชดเชยในการรักษาพยาบาล ที่ต้องรักษาต่อเนื่อง ขอไป 840,000 บาท ศาลกำหนดให้ 600,000 บาท
#ค่าขาดประโยชน์ของมารดาผู้ฟ้องคดีที่ต้องหยุดงาน 90 วัน ขอไป 31,500 บาท เห็นว่า ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ระหว่างเจ็บป่วยหมายความว่า
ในระหว่างเจ็บป่วยเพราะถูกละเมิด ผู้ฟ้องคดีต้องขาดประโยชน์จากการทำมาหาได้ ย่อมมีสิทธิ์เรียกเอาจากผู้ถูกฟ้องคดีที่เป็นผู้กระทำละเมิด ดังนั้น
ค่าขาดประโยชน์ที่มารดาของผู้ฟ้องคดีไม่ได้ประกอบการงาน ระหว่างเฝ้าดูแลจึง # มิใช่ค่าเสียหายที่ผู้ฟ้องคดีเรียกร้องได้
#ค่าเสียโอกาสในการเรียน
ขอไป 900,000 บาท เห็นว่า ค่าเสียหายดังกล่าวเป็นค่าเสียหายที่ห่างไกลจากเหตุละเมิดและ # ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้ผู้เสียหายมีสิทธิ์เรียกค่าเสียหายดังกล่าวได้
#ค่าขาดชดเชยค่าเสียโอกาสในการทำงาน
หากเรียนจบ ขอไป 5 ล้าน 4 แสนบาท เห็นว่า ขณะเกิดเหตุผู้ฟ้องคดีอายุ 14 ปี 6 เดือน กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และเมื่อสำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษาแล้วย่อมสามารถประกอบอาชีพการงานมีรายได้เช่นคนปกติทั่วไป หลังเกิดเหตุผู้ฟ้องคดีมีอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ต้องผ่าตัดสมอง นับตั้งแต่เกิดเหตุ จนถึงปัจจุบัน #ผู้ฟ้องคดีกลายเป็นคนพิการต้องรักษาตัวอยู่ที่บ้านและไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ตามปกติ ต้องมีผู้ดูแลตลอดเวลา
ไม่สามารถรักษาผู้ฟ้องคดีให้หายเป็นปกติได้
ทำให้ผู้ฟ้องคดีสูญเสียความสามารถที่จะประกอบการงานต่อไปได้อย่างสิ้นเชิง จึงกำหนดค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีเป็นเงิน 1 ล้านบาท
#ค่าชดเชยเยียวยาสภาพจิตใจของบิดามารดาและบุคคลในครอบครัว ขอไป 500,000 บาท เห็นว่า พิจารณาตัวบทแล้วค่าเสียหายอย่างอื่นที่ไม่ใช่ตัวเงิน ไม่ได้กำหนดชัดเจน อย่างไรค่าเสียหาย
ดังกล่าวต้องเป็นค่าเสียหายที่สืบเนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อร่างกายหรือจิตใจของผู้ถูกกระทำละเมิด ดังนั้น # ค่าเยียวยาสภาพจิตใจของบิดามารดาและบุคคลในครอบครัวของผู้ฟ้องคดี จึงมิใช่ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นต้อจิตใจของผู้ฟ้องคดี ศาลจึงไม่กำหนดค่าเสียหายให้
#ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู ขอไป 2,960,000 บาท
การกระทำละเมิดทำให้เขาเสียหายแก่ร่างกายหรืออนามัยนั้น ผู้ต้องเสียหายจะเรียกค่าเสียหายอย่างใดได้บ้างมีบัญญัติไว้ในมาตรา 444 445 และ 446 ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้ให้สิทธิ์แก่ผู้ฟ้องคดีเรียกร้องเอาค่าเสียหายเพื่อการที่ผู้ปกครองของ
ผู้ฟ้องคดีได้ขาดอุปการะเลี้ยงดูผู้ฟ้องคดีได้
......
👉สรุปจากคำวินิจฉัยข้างต้นผู้ฟ้องคดีมีสิทธิ์ได้รับค่าสินไหมทดแทน
เป็นเงินจำนวน 1,623,672 บาทพร้อมดอกเบี้ย
.....
#สรุปย่อโดยยศภัทร
ศึกษาเพิ่มเติมที่
https://drive.google.com/.../16VGQCglROlJYcaFQK70.../view...
....
อันหนึ่งผู้สรุปมิได้มีเจตนาก้าวล่วงผู้ฟ้องคดี
เป็นแต่เพียงข้อมูลทางวิชาการ เพื่อให้ทราบว่าสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้างจากใคร
073-5307-92
Line Official
Facebook Messenger